วันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ปรับเพิ่มหลักประกัน สัญญาณเตือนจากตลาดอนุพันธ์

วันนี้อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์พบข่าวใหญ่สำหรับมืออนุพันธ์ทั้งหลายครับ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม 2554 เป็นต้นไป ทางสำนักหักบัญชี หรือ TCH (Thailand Clearing House) จะปรับอัตราหลักประกันหรือที่เราเรียกกันว่า "มาร์จิ้น" ใหม่แล้ว

หลักๆ ก็จะเป็นการปรับเพิ่ม ยกเว้นก็แต่ฟิวเจอร์สโลหะเงินซึ่งมีการปรับลง ซึ่งอัตราล่าสุดจะเป็นดังนี้


  • SET50 futures จากเดิมวางมาร์จิ้น 38,000 บาทต่อ 1 สัญญา ปรับเพิ่มเป็น 53,200 บาท

  • Gold futures ขนาดสัญญา 50 บาท จากเดิม 47,500 บาทต่อสัญญา ปรับเพิ่มเป็น 62,700 บาท

  • Gold futures ขนาดสัญญา 10 บาท จากเดิม 9,500 บาทต่อสัญญา ปรับเพิ่มเป็น 12,540 บาท

  • Silver futures จากเดิม 29,450 บาทต่อสัญญา ปรับลดเป็น 21,850 บาท

หลายคนเข้าใจว่าตลาดอนุพันธ์หรือ TFEX เป็นคนปรับเพิ่มหลักประกัน (มาร์จิ้น) แต่ที่จริงแล้ว TCH เป็นคนคำนวณและปรับเพิ่มมาร์จิ้นนะครับ
ในการซื้อขายฟิวเจอร์สนั้น TCH รับหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ซื้อตัวจริงและผู้ขายตัวจริง โดย TCH เป็นคนออกหน้ารับแทนในกรณีที่มีฝ่ายใดเบี้ยวเงิน การที่ TCH ทำอย่างนี้ได้ก็เพราะว่าเขาบังคับให้ผู้ซื้อและผู้ขายวางเงินไว้เป็นหลักประกันส่วนหนึ่ง อย่างที่เราเรียกว่าวางมาร์จิ้นนั่นแหละ

ยกตัวอย่าง SET50 futures เดิมที TCH เห็นว่าให้วางมาร์จิ้นตั้งต้นไว้ 38,000 บาทก็พอ แล้วพอสิ้นวันก็มีการชำระราคาหรือ mark to market ถ้าหลักประกันของใครลดลงต่ำเกินไป TCH ก็จะให้รีบเอาเงินมาวางเพิ่ม (ปัจจุบันถ้าต่ำกว่า 26,600 บาทก็จะโดนเรียกครับ)

สังเกตว่าใครมีมาร์จิ้นเหลืออยู่ 26,600 บาทจะยังไม่โดนเรียก แต่อย่างที่เราเห็นๆ กัน ตลาดหุ้นทุกวันนี้ผันผวนมาก โอกาสที่ดัชนี SET50 จะเคลื่อนไหว 20 กว่าจุดนั้นมีมากทีเดียว ทีนี้เกิดตลาดวิ่งแรงๆ ซัก 30 จุด (คิดเป็นเงิน 30 x 1,000 = 30,000 บาท) แล้วมีคนเบี้ยวไม่ยอมเติมเงิน TCH ก็จะต้องควักเงินออกแทนให้ 3,400 บาท เจออย่างนี้ซัก3 พันสัญญาก็ร่วมๆ สิบล้านบาทแล้วนะครับ เมื่อเห็นความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เขาก็เลยขอเรียกหลักประกันเพิ่มซะหน่อย นักลงทุนก็ต้องพยายามเข้าใจ

ในภาวะที่ตลาดตกต่ำ สำนักหักบัญชีมักผ่อนปรนลดมาร์จิ้นลง เพราะเมื่อตลาดตกมาถึงจุดหนึ่งความผันผวนก็จะน้อยลง ตัวดัชนีเองก็ไม่ได้วิ่งแรงมากแล้ว สมมติดัชนีอยู่ที่ 300 จุด ต่อให้ตลาดวิ่งขึ้น 5% มันก็แค่ 15 จุดเท่านั้น (คิดเป็นเงิน 15 x 1,000 = 15,000 บาท) แต่ถ้าเป็นช่วงที่ดัชนีอยู่ที่ 800 จุด ตลาดวิ่งขึ้น 5% จะคิดเป็น 40 จุดเลยทีเดียว (คิดเป็นเงิน 40 x 1,000 = 40,000 บาท) จะเห็นว่าแม้ตลาดวิ่ง 5% เหมือนกัน แต่ความเสี่ยงที่เป็นตัวเงินของ TCH ไม่เท่ากัน

ในมุมของนักลงทุนการวางมาร์จิ้นด้วยจำนวนเงินที่สูงกว่าก็ทำให้อัตราผลตอบแทนลดลง ตัวอย่างเช่น เราได้กำไรจาก SET50 futures มา 10 จุด หรือ 10,000 บาท หากเราวางมาร์จิ้น 38,000 บาท กำไรนี้จะคิดเป็น 10000 / 38000 = 26.3% แต่เมื่อมาร์จิ้นปรับเพิ่มเป็น 53,200 บาท กำไรนี้จะลดลงเหลือ 10000 / 53200 = 18.8% อย่างไรก็ตาม ผมแนะนำว่านักลงทุนควรวางมาร์จิ้นไว้อย่างน้อย 2 เท่าของหลักประกันตั้งต้นนะครับ

ที่ผ่านมาถ้าจำไม่ผิด SET50 futures เปิดตัวมาพร้อมมาร์จิ้น 45,600 บาท ก่อนที่จะเจอวิกฤติซับไพร์ม หุ้นตกระเนระนาดจนต้องลดมาร์จิ้นลงมาเหลือ 38,000 บาท ในเวลานั้นผมก็ป่าวประกาศบอกเพื่อนๆ ของผมว่า "นี่เป็นสัญญาณว่าตลาดหุ้นมีความเสี่ยงน้อย และเป็นเวลาที่ควรซื้อหุ้น" จำได้ว่าเพื่อนก็ทำท่าตื่นเต้นแต่ไม่เห็นมีใครทำตามซักคน

ถึงตอนนี้หุ้นขึ้นมามากแล้ว TCH ปรับเพิ่มมาร์จิ้นจาก 38,000 บาทไปเป็น 53,200 บาท ผมคงต้องบอกว่า "นี่เป็นสัญญาณว่าตลาดหุ้นมีความเสี่ยงมาก ใครจะซื้อหุ้นตอนนี้ให้ระวังไว้"

...ดูซิว่าจะมีใครเชื่อบ้างครับ!!

2 ความคิดเห็น:

  1. ...ดูซิว่าจะมีใครเชื่อบ้างครับ!!


    ผมเืชื่อครับ

    ตอบลบ
  2. งั้นคงต้องคิดต่อครับว่าถ้าเชื่อแล้วควรเตรียมการอะไรบ้าง เมื่อโอกาสมาถึงจะได้ไม่เสียเวลาทำเงิน

    ตอบลบ