วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2553

กรรมการฟุตบอลโลก


ช่วงนี้เข้าสู่ฟุตบอลโลกที่อาฟริกาใต้ 2010 ผมนั่งดูอยู่คู่หนึ่งแล้วรู้สึกว่ามีประเด็นดีเลยเก็บแง่คิดมาเล่าสู่กันฟังครับ

คู่นี้เป็นบอลในรอบแรกของกลุ่ม H ระหว่างชิลีกับสวิตเซอร์แลนด์ ช่วงแรกก็ดูไม่มีอะไร แต่ยิ่งดูไปก็ยิ่งรู้สึกรำคาญเพราะว่ากรรมการเป่าหยุดเกมบ่อยเหลือเกิน บางจังหวะดูแล้วฟาล์วธรรมดาตามสายตาแฟนบอลอย่างผม ทว่ากรรมการวิ่งมาชักใบเหลืองหน้าตาเฉย เป็นอยู่อย่างนี้ 2-3 หน นักเตะก็เริ่มออกงิ้วโวยวาย ผมนึกในใจว่า "แจกถี่ขนาดนี้เดี๋ยวก็ได้มีใบแดงหรอก" แล้วเผลอแป๊บเดียวกรรมการก็ชักใบแดงเข้าจริงๆ

ประเด็นที่น่าสนใจคือเมื่อผู้บรรยายเกมถามทัศนะของคุณสะสม พบประเสริฐ ซึ่งนอกจากจะเป็นอดีตกองกลางทีมชาติไทยที่ดังมาก และปัจจุบันก็เป็นโค้ชฟุตบอลอาชีพอยู่ คำตอบน่าสนใจครับ

คุณสะสมบอกว่ากรรมการตัดสินได้ถูกต้อง "ตามตำรา" แต่โดยส่วนตัวเขาคิดว่าถ้าเป็นกรณีอย่างนี้จะแจกใบเหลืองก็ได้ และสำหรับบางกรณีที่แจกใบเหลืองนั้นจะเพียงแค่เป่าฟาล์วเฉยๆ ก็ได้ การตัดสินของกรรมการท่านนี้ถือว่าเฮี้ยบมาก ซึ่งก็มีส่วนทำให้นักเตะเกร็งและเกมไม่สนุก คนดูก็ไม่ชอบ

ผมเลยคิดขึ้นมาว่าถ้าอย่างนั้นทำไมไม่เขียนกติกาให้พอเหมาะพอดี ทำไมเขียนซะตึงเปรี๊ยะ เสร็จแล้วพอทำตามขึ้นมาจริงๆ ก็กลายเป็นการทำลายเกมที่น่าดูไปเสียฉิบ เรื่องทำนองนี้มีอยู่ในสังคมทั่วไป ลองสังเกตดูก็ได้ ผมคิดได้เรื่องหนึ่งก็คือเรื่องห้ามเดินบนบันไดเลื่อนรถไฟฟ้าใต้ดินครับ

วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2553

NLP กับอิสรภาพทางการเงิน


ได้ไปฟังสัมมนาเรื่องอิสรภาพทางการเงิน (financial freedom) มางานหนึ่ง ขอมาเล่าสู่กันฟังครับ

ในงานนี้วิทยากรและทีมงานเป็นชาวต่างประเทศ ส่วนผู้เข้าร่วมสัมมนาก็เป็นคนไทยบ้าง ชาวต่างประเทศบ้าง แต่รวมๆ แล้วเราสื่อสารและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ค่อนข้างดี สิ่งที่แปลกใหม่ คือ การใช้เทคนิค NLP โดยการสร้าง millionaire mindset ให้กับผู้เข้าฟัง เนื้อหาต่างๆ ก็มีอยู่บ้างแต่หลักใหญ่ใจความก็เป็นเรื่องของจิตใจมากกว่า

ความสนุกของเรื่องนี้ คือ ผมคิดว่าจะ "ร่างหลักสูตร" ที่จะช่วยให้คนบรรลุอิสรภาพทางการเงินได้ง่ายขึ้น โดยจะทำในส่วนของ "ความรู้" ล้วนๆ เพียงแต่นำเสนอให้น่าสนใจและเห็นภาพได้ชัดเจน ไม่น่าเบื่อ แล้วก็ว่าจะลองเอาไปนำเสนอให้กลุ่มเพื่อนวงเสวนาลองติชมกันดู รับรองว่าน่าตื่นเต้นเหมือนกับครั้งที่มนุษย์ได้เห็นดาวเคราะห์โลกจากอวกาศเป็นครั้งแรกยังไงยังงั้น!

ในส่วนของจิตใจ, mindset, NLP, ฯลฯ ขอบายแล้วกัน ไม่ถนัดครับ

วันเสาร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2553

บริษัทค้าปลีกชั้นยอด


มีบริษัทค้าปลีกในประเทศไทยอยู่บริษัทหนึ่ง มีการเติบโตที่น่าทึ่ง มีการตลาดที่ดี มีการบริหารจัดการ supply chain ที่ยอดเยี่ยม ในแง่ของแบรนด์ก็ต้องถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้า แต่ถ้าถามนักลงทุนกลับพบว่าหลายคนไม่กล้าซื้อหุ้นด้วยเหตุผลว่าราคาของมันแพงเกินไป

ในหนึ่งปีหรือสองปีก่อนหน้า ณ ระดับราคาหนึ่ง เช่น 12 บาท เราอาจมองว่า "พอซื้อได้" แต่พอบริษัทมีการเปลี่ยนแนวคิดการทำธุรกิจไปในทิศทางที่ดีขึ้น เมื่อมันเริ่มส่งผล ราคาหุ้นจึงปรับตัวสูงขึ้นเป็น 16 บาท เราคิดว่ามันเริ่มแพงเกินไป แต่แล้วราคาหุ้นก็ยังคงวิ่งต่อไปตามผลประกอบการและความคาดหวังของตลาด สูงขึ้นๆๆๆ จนมาถึง 24 บาท เราคิดว่ามันแพงอย่างบ้าคลั่ง ในที่สุดราคาขึ้นมาจนถึง 30 บาท เราเริ่มคิดว่าซื้อตอนนี้ยังทันหรือไม่??!

ในความเป็นจริงเราต้องตีราคาใหม่ตั้งแต่ทราบว่าบริษัทมีการเปลี่ยนแนวคิดการทำธุรกิจ เพราะทันทีที่บริษัทดำเนินการ ราคาหุ้นที่ 12 บาทอาจไม่สามารถอ้างอิงใดๆ ได้อีกเลย ความจริงมันอาจควรมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเท่าตัวไปเป็น 24 บาท ดังนั้นเราไม่น่าจะมองว่า 24 บาทเป็นราคาที่บ้าคลั่ง แต่ทั้งหลายทั้งปวงเป็นเพราะเราผิดหวังที่ดันไม่ได้ซื้อที่ราคา 12 บาท ... ก็แค่นั้นเอง