วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2554

พรานบัฟเฟตต์ นิทาน VI


วอร์เรน บัฟเฟตต์ ตำนานนักลงทุนแนว VI (Value Investment) ระดับโลกเคยเปรียบเทียบสไตล์การลงทุนของตนเองว่าเป็นเหมือนสิงโตที่ซุ่มอยู่ในพงหญ้า (a lion in the tall grass) เพื่อรอตะครุบเหยื่อเมื่อมันเข้ามาใกล้ แต่ผมเองกลับคิดว่าบัฟเฟตต์มีความคล้ายคลึงกับนายพรานในนิทานต่อไปนี้เสียยิ่งกว่า...


พราน VI

บนภูเขาสูงที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ การหาของป่าหรือล่าสัตว์เป็นเรื่องยากสำหรับนายพรานทั้งหลาย และหนึ่งในนั้นก็คือพรานหนุ่มแววดีผู้มีนามว่า วอร์เรน บัฟเฟตต์

พรานบัฟเฟตต์เรียนรู้ศาสตร์แห่งการล่าสัตว์จากพรานเบนซึ่งเปรียบเสมือนอาจารย์ของเขา อาจารย์บอกบัฟเฟตต์ว่า "เจ้าเห็นพรานไร้ฝีมือพวกนั้นมั๊ย พวกเขาเสียเวลา เสียกระสุน แต่กลับล่าได้เพียงกระต่ายป่าตัวกระจ้อย"

เบนสอนบัฟเฟตต์ว่า กระต่ายตัวเล็กและว่องไว ยิงถูกยาก และต่อให้ยิงได้ พอเอาไปขายในเมืองก็ไม่ค่อยได้ราคา พรานส่วนมากได้เงินมาเล็กๆ น้อยๆ แค่พอซื้อกระสุนล็อตใหม่กับเงินติดตัวอีกหน่อย จากนั้นก็ขึ้นเขามาล่ากระต่ายอีก นายพรานพวกนี้ไม่ยิงกวาง เพราะกวางหายาก ขณะที่กระต่ายมีเยอะกว่ามาก และพวกเขาไม่อดทนพอที่จะรอให้กวางผ่านมา

"เราต้องล่ากวาง" พรานเบนย้ำ "และกวางต้องตัวไม่ใหญ่มาก ไม่เช่นนั้นเจ้าจะต้องใช้กระสุนหลายนัดเพื่อหยุดมัน"

คำสอนนี้บัฟเฟตต์ปฏิบัติตามมาระยะหนึ่ง แต่เมื่อเรียนรู้เพิ่มจากพรานฟิลซึ่งเป็นนายพรานที่มีชื่อเสียง บัฟเฟตต์ก็พบว่าหากเขายอมเสียกระสุนหลายนัดล่ากวางตัวโต เมื่อเอาไปขายจะได้ราคากว่ากวางผอมๆ ตัวเล็กมากมายนัก

"เราพบหนทางรวยแล้ว!" พรานบัฟเฟตต์กล่าวกับตัวเองด้วยความเชื่อมั่น


Circle of Competence

ครั้งแล้วครั้งเล่าที่พรานต่างๆ เดินผ่านไปพร้อมกับลังบรรจุกระต่ายป่า บัฟเฟตต์ยังคงซุ่มรอให้กวางผ่านมา บางครั้งเขาซุ่มรออยู่ทั้งวันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เขาก็ไม่คิดจะเปลี่ยนไปล่ากระต่ายป่า

วันหนึ่งมีม้าป่าหลุดเข้ามาในบริเวณที่พรานบัฟเฟตต์และเพื่อนซุ่มอยู่ เพื่อนสะกิดเขาบอกว่า "เราล่ากวางยังไม่ได้ ตอนนี้จับม้าป่านี่ไปขายเสียก่อนดีกว่า น่าจะได้เงินดีเหมือนกัน" บัฟเฟตต์ตอบโดยทันที "ไม่มีทาง เราชำนาญแต่การล่าสัตว์ ตอนนี้จะให้โดดออกไปจับม้าป่า เดี๋ยวโดนม้าเตะคางเหลืองไปจะว่าไง" ว่าแล้วพรานบัฟเฟตต์ก็ซุ่มอยู่ในพุ่มไม้เช่นเดิม ขณะที่เพื่อนไม่ฟังเสียวิ่งออกไปพร้อมเชือก กะว่าจะจับม้าไปขาย ทันไดนั้นเขาก็โดนม้าดีดเข้าให้ โครม! แล้วมันก็วิ่งหนีเข้าป่าไปอย่างรวดเร็ว

"บอกแล้วไม่ฟัง" บัฟเฟตต์ส่ายหัวอย่างระอา


นายพรานผู้ร่ำรวย

พรานบัฟเฟตต์ล่ากวางไปขาย ได้เงินมาก็เอาไว้ใช้สอยเพียงเล็กน้อย ที่เหลือก็เอาไปซื้อกระสุนล็อตใหม่ แล้วก็กลับมาล่ากวางไปขายอีก วนเวียนเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้เขาร่ำรวยขึ้นมาเป็นอย่างมาก ทุกครั้งที่เขาไปซื้อกระสุนในเมือง มิตรสหายที่เจอต่างพร่ำบอกให้เขาซื้อเสื้อใหม่บ้าง รองเท้าใหม่บ้าง นาฬิกาใหม่บ้าง

"มีเงินแล้วแต่งตัวให้มันสมฐานะหน่อย" ใครบางคนพูด แต่บัฟเฟตต์ตอบว่า "ของพวกนั้นมันช่วยให้ผมล่าสัตว์ได้มากขึ้นหรือเปล่าล่ะ เสื้อผ้าและรองเท้าของเดิมก็อุ่นดี นาฬิกาก็ยังเดินตรง ตอนนี้ผมแฮปปี้มากพออยู่แล้ว" ก่อนจะวางกระป๋องเชอร์รี่โค้กของโปรดลงและหยิบวอชิงตันโพสต์ขึ้นมาอ่าน

การใช้ชีวิตของเขาแตกต่างกับพรานคนอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง พรานส่วนมากได้เงินมาเล็กๆ น้อยๆ ก็เอามาซื้อกระสุนส่วนหนึ่ง ที่เหลือก็เอาไปซื้อรองเท้าใหม่ เสื้อคลุมใหม่ หรือไม่ก็เอาไปกินไปเที่ยวจนหมด พวกเขาจึงไม่เคยสร้างเนื้อสร้างตัวได้อย่างแท้จริง


วิธีล่าสัตว์ระดับเทพ

แม้วิธีล่าสัตว์ในช่วงต้นของพรานบัฟเฟตต์จะเน้นไปที่กวางตัวผอมๆ ตามแบบฉบับของพรานเบนผู้เป็นอาจารย์ ซึ่งสอนให้เขากะประมาณขนาดเขากวางเทียบกับส่วนสูง สัดส่วนระหว่างหัวกับลำตัว ฯลฯ เพราะพรานเบนให้ความสำคัญกับเชิงปริมาณอยู่ค่อนข้างมาก แต่เมื่อชำนาญมากขึ้นบัฟเฟตต์กลับเลือกที่จะให้ความสำคัญกับเชิงคุณภาพมากกว่า ตามแนวทางของพรานฟิล ผู้เป็นเสมือนอาจารย์อีกคนหนึ่งของเขา

เคล็ดลับของพรานบัฟเฟตต์ คือ

1. ล่ากวางเท่านั้น ไม่ล่ากระต่ายป่า
2. กวางต้องตัวโต ขายได้ราคาดี
3. ใช้กระสุนอย่างคุ้มค่า
4. ไม่ซื้อข้าวของไร้สาระ
5. อดทนเฝ้ารออย่างใจเย็น ถ้าไม่มีกวางที่ตรงตามเกณฑ์ก็จะไม่ยิงเด็ดขาด และไม่ทำนอกแผน (เช่น จับม้าป่ามาขาย) เป็นอันขาด

และที่สำคัญ ต้องแยกแยะให้เป็นว่าตัวไหนเป็นกวาง ตัวไหนเป็นกระต่าย ...แล้วเราล่ะ แยกแยะเป็นไหมครับ?

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น